ระเบียบพัสดุ 2560 สรุปสาระสำคัญ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่
พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560” (หรือที่มักเรียกกันสั้น ๆ ว่า ระเบียบพัสดุ 2560) ถือเป็นกฎหมายและข้อบังคับที่ปฏิรูปวงการการจัดหาพัสดุภาครัฐของไทยครั้งใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2560 เป็นต้นมา แทนที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 เดิม
ระเบียบฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท ตั้งแต่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงองค์การมหาชน เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน ป้องกันความสับสน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกสรุปสาระสำคัญ วิธีการจัดหา และขั้นตอนต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่พัสดุต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทางกฎหมาย
สารบัญ
- ระเบียบพัสดุ 2560 คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
- หลักการสำคัญ 4 ประการตามระเบียบพัสดุ 2560
- ตารางเปรียบเทียบ: วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง 3 รูปแบบหลัก
- ขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ 2560
- การบริหารพัสดุและการตรวจรับภายใต้ระเบียบใหม่
- คำถามที่พบบ่อย
ระเบียบพัสดุ 2560 คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
ระเบียบพัสดุ 2560 คือระเบียบที่ออกโดยกระทรวงการคลังเพื่อขยายความและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในทางปฏิบัติให้สอดรับกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 โดยกฎระเบียบนี้ช่วยลดความลักลั่นในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างหน่วยงานรัฐประเภทต่าง ๆ ที่เคยใช้กฎระเบียบของตนเองในอดีต
ความสำคัญของระเบียบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดหาพัสดุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระบวนการตั้งแต่การวางแผนงบประมาณ การจัดทำ แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี การจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะ (TOR) การทำสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับสินค้า ตลอดจนการขึ้นทะเบียนสินทรัพย์ การโอนย้าย และการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดเสียหาย การเข้าใจและปฏิบัติงานตามระเบียบนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะปกป้องเจ้าหน้าที่จากการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือความรับผิดทางละเมิด
หลักการสำคัญ 4 ประการตามระเบียบพัสดุ 2560
ระเบียบพัสดุ 2560 ได้วางกรอบแนวคิดหลักที่หน่วยงานของรัฐต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการจัดซื้อจัดจ้างทุกครั้ง โดยประกอบด้วย 4 เสาหลักสำคัญ ดังนี้:
- ความคุ้มค่า (Value for Money): พัสดุหรือบริการที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์การใช้งานของหน่วยงานรัฐ โดยราคาต้องเหมาะสมและสมเหตุสมผล ไม่จำเป็นต้องเลือกของที่ราคาถูกที่สุดเสมอไป หากของนั้นไม่ได้คุณภาพหรือใช้งานได้ไม่ยาวนานพอ
- ความโปร่งใส (Transparency): กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนต้องกระทำโดยเปิดเผย มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) และเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อให้สาธารณชนสามารถสืบค้นและตรวจสอบได้ง่าย
- ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness): ต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า กำหนดเวลาการทำงานที่เหมาะสม รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง และนำเอาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
- ตรวจสอบได้ (Accountability): ต้องมีการจัดเก็บเอกสาร หลักฐานการบันทึกข้อมูลการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เช่น การบันทึก ใบเบิกพัสดุ หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ เพื่อรองรับการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือผู้ตรวจราชการ
ตารางเปรียบเทียบ: วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง 3 รูปแบบหลัก
ภายใต้ระเบียบพัสดุ 2560 วิธีการจัดซื้อจัดจ้างได้ถูกจัดหมวดหมู่ใหม่เป็น 3 วิธีหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องเลือกใช้ตามเงื่อนไข วงเงิน และสถานการณ์ที่กฎหมายกำหนด ดังรายละเอียดในตารางเปรียบเทียบนี้:
| วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง | เงื่อนไขวงเงินงบประมาณ | คำอธิบายและลักษณะการนำไปใช้งาน | ความเร่งด่วน / ข้อยกเว้น |
|---|---|---|---|
| 1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป | เกิน 500,000 บาทขึ้นไป และไม่มีเงื่อนไขข้อยกเว้น | เป็นวิธีหลักที่ต้องเลือกใช้ก่อนเสมอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติส่งข้อเสนอแข่งขันราคาผ่านระบบ e-GP เช่น e-bidding, e-market | ไม่จำกัดความเร่งด่วน แต่ต้องประกาศร่าง TOR และเอกสารเผยแพร่ล่วงหน้าตามเวลาที่ระบุ |
| 2. วิธีคัดเลือก | เกิน 500,000 บาทขึ้นไป และตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด | ใช้ในกรณีที่ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้วไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือพัสดุนั้นมีลักษณะซับซ้อน มีผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายจำกัด (ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป) หรือมีความจำเป็นเร่งด่วน | เชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขอย่างน้อย 3 รายให้เข้ามายื่นข้อเสนอ |
| 3. วิธีเฉพาะเจาะจง | ไม่เกิน 500,000 บาท หรือเป็นกรณีพิเศษตามที่ระบุในกฎหมาย | ใช้กับโครงการวงเงินเล็ก หรือกรณีจัดซื้อจากผู้ประกอบการรายเดียวที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะ หรือมีความจำเป็นฉุกเฉินอย่างยิ่ง เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ | เจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งโดยตรง โดยไม่ต้องประกาศเชิญชวนทั่วไป |
ขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ 2560
การทำงานจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่พัสดุมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานที่ชัดเจนตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังระบุไว้ ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 5 ลำดับขั้นดังนี้:
1. ขั้นเตรียมการและวางแผน
หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี และประกาศเผยแพร่ในระบบ e-GP จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องจัดตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางและร่างขอบเขตของงาน (TOR) หรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหา
2. ขั้นขอความเห็นชอบและอนุมัติจัดหา
เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานขอซื้อขอจ้าง (รายงานขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง) เสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ โดยในรายงานจะระบุเหตุผล ความจำเป็น ราคากลาง วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง และรายชื่อคณะกรรมการที่จะแต่งตั้ง
3. ขั้นดำเนินการหาผู้เสนอราคา
ดำเนินการตามวิธีที่เลือก (ประกาศเชิญชวนทั่วไป, คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง) ผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง รับเอกสารข้อเสนอ ตรวจสอบคุณสมบัติ ประเมินข้อเสนอ และคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาที่มีความคุ้มค่าและถูกต้องตามเงื่อนไขที่สุด
4. ขั้นลงนามในสัญญา
ทำหนังสือแจ้งผลการจัดซื้อจัดจ้างไปยังผู้ชนะ และประกาศเผยแพร่ผ่านระบบ e-GP รอระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด (สำหรับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์) ก่อนที่จะเรียกผู้ชนะมาลงนามในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจ้าง
5. ขั้นบริหารพัสดุและตรวจรับ
หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จะเป็นขั้นตอนที่ผู้ขายนำส่งพัสดุหรือผู้รับจ้างดำเนินงานตามงวดงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทำการตรวจรับเพื่อลงนามเบิกจ่ายเงิน จากนั้นนำข้อมูลพัสดุไปบันทึกในระบบ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือคลังพัสดุต่อไป
การบริหารพัสดุและการตรวจรับภายใต้ระเบียบใหม่
หัวใจสำคัญหลังจากได้พัสดุมาแล้วตามระเบียบพัสดุ 2560 คือ “การบริหารพัสดุ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องมีขั้นตอนควบคุมดูแลพัสดุให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และประเมินราคาอยู่เสมอ ได้แก่:
- การรับและการบันทึก: เมื่อตรวจรับพัสดุเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ต้องลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุแยกตามประเภท เช่น พัสดุสิ้นเปลือง (วัสดุ) และครุภัณฑ์ โดยใช้ เลขครุภัณฑ์ 14 หลัก ตามมาตรฐานสากล
- การตรวจสอบประจำปี: กำหนดให้มีการ ตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี ภายใน 30 วันทำการนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ เพื่อตรวจสอบว่าพัสดุตัวใดชำรุด สูญหาย หรือไม่ได้ใช้งานแล้ว
- การจำหน่ายพัสดุ: หากพบครุภัณฑ์ที่เสื่อมสภาพจนไม่สามารถใช้งานได้ หรือซ่อมแซมแล้วไม่คุ้มค่า เจ้าหน้าที่ต้องรายงานขอ จำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด เพื่อตัดจำหน่ายออกจากบัญชีคุมสินทรัพย์อย่างถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระเบียบพัสดุ 2560
1. ระเบียบพัสดุ 2560 ต่างจาก พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 อย่างไร? พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 คือ “กฎหมายแม่บท” ที่ผ่านสภาและมีศักดิ์ศรีเป็นพระราชบัญญัติ โดยกำหนดโครงสร้างหลักการ โครงสร้างคณะกรรมการ และบทลงโทษทางอาญา ส่วน “ระเบียบพัสดุ 2560” คือกฎหมายลำดับรองที่กระทรวงการคลังออกตามความใน พ.ร.บ. เพื่ออธิบายขั้นตอน วิธีการปฏิบัติอย่างละเอียดที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เดินเรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น จำนวนวันในการประกาศร่าง วิธีการแต่งตั้งกรรมการ และเอกสารประกอบรายงาน
2. หากตรวจรับพัสดุไม่ทันตามกำหนดในสัญญา หรือผู้ขายส่งของล่าช้า เจ้าหน้าที่พัสดุต้องทำอย่างไร? ตามระเบียบ เจ้าหน้าที่ต้องคำนวณค่าปรับตามอัตราที่ระบุไว้ในสัญญา (โดยทั่วไปคือร้อยละ 0.10 - 0.20 ต่อวันของมูลค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ) และต้องส่งหนังสือแจ้งการปรับให้ผู้ขายทราบเมื่อครบกำหนดส่งมอบทันที หากมีความจำเป็นต้องการแก้ไขสัญญาหรือขยายเวลา ต้องเสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนสัญญาสิ้นสุดลง
3. การนำระบบพัสดุดิจิทัลมาใช้ช่วยให้สอดคล้องกับระเบียบพัสดุ 2560 ได้อย่างไร? ระเบียบพัสดุ 2560 มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและเน้นการตรวจสอบได้ย้อนหลัง หากใช้ระบบงานแบบกระดาษหรือ Excel มักเสี่ยงต่อการบันทึกเลขครุภัณฑ์ซ้ำซ้อน การลืมตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี หรือทำทะเบียนคุมตกหล่น การใช้ระบบบริหารพัสดุดิจิทัลจะช่วยควบคุม Workflows บังคับให้การทำงานเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ สร้างบาร์โค้ดหรือ QR Code สำหรับติดครุภัณฑ์ และบันทึกประวัติการเบิกจ่าย การจำหน่ายพัสดุไว้อย่างเป็นระบบ สามารถพิมพ์รายงานเสนอ สตง. ได้ทันทีเมื่อต้องการ
ยกระดับการบริหารงานพัสดุให้ถูกต้องตามระเบียบพัสดุ 2560 ด้วย Flowrix หมดกังวลเรื่องข้อผิดพลาดทางกฎหมายและการบริหารสินทรัพย์รัฐที่ซับซ้อน Flowrix คือแพลตฟอร์มบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับข้อกำหนดในระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะ ด้วยระบบควบคุมทะเบียนคุมครุภัณฑ์อัจฉริยะ การจัดเก็บประวัติใบเบิกพัสดุและบัตรควบคุมวัสดุ ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติ และฟังก์ชันการตรวจนับครุภัณฑ์ผ่านสมาร์ทโฟนด้วย QR Code ช่วยให้งานพัสดุขององค์กรสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการ สนใจยกระดับการทำงานด้านพัสดุของคุณด้วย Flowrix คลิกที่นี่เลย →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- คู่มือแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน — กระทรวงการคลัง
- ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) — กรมบัญชีกลาง
