Flowrix

Asset operations, in one place

เริ่มใช้ฟรี
สรุปสาระสำคัญของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

ระเบียบพัสดุ 2560 สรุปสาระสำคัญ ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และแนวปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และ “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560” (หรือที่มักเรียกกันสั้น ๆ ว่า ระเบียบพัสดุ 2560) ถือเป็นกฎหมายและข้อบังคับที่ปฏิรูปวงการการจัดหาพัสดุภาครัฐของไทยครั้งใหญ่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2560 เป็นต้นมา แทนที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 เดิม

ระเบียบฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท ตั้งแต่ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ไปจนถึงองค์การมหาชน เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน ป้องกันความสับสน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในฐานะผู้เสียภาษี บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกสรุปสาระสำคัญ วิธีการจัดหา และขั้นตอนต่าง ๆ ที่เจ้าหน้าที่พัสดุต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทางกฎหมาย


สารบัญ


ระเบียบพัสดุ 2560 คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

ระเบียบพัสดุ 2560 คือระเบียบที่ออกโดยกระทรวงการคลังเพื่อขยายความและกำหนดขั้นตอนการปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุในทางปฏิบัติให้สอดรับกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 โดยกฎระเบียบนี้ช่วยลดความลักลั่นในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างหน่วยงานรัฐประเภทต่าง ๆ ที่เคยใช้กฎระเบียบของตนเองในอดีต

ความสำคัญของระเบียบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การจัดหาพัสดุเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงกระบวนการตั้งแต่การวางแผนงบประมาณ การจัดทำ แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี การจัดทำรายละเอียดคุณลักษณะ (TOR) การทำสัญญาการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับสินค้า ตลอดจนการขึ้นทะเบียนสินทรัพย์ การโอนย้าย และการจำหน่ายพัสดุที่ชำรุดเสียหาย การเข้าใจและปฏิบัติงานตามระเบียบนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะปกป้องเจ้าหน้าที่จากการถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือความรับผิดทางละเมิด


หลักการสำคัญ 4 ประการตามระเบียบพัสดุ 2560

ระเบียบพัสดุ 2560 ได้วางกรอบแนวคิดหลักที่หน่วยงานของรัฐต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการจัดซื้อจัดจ้างทุกครั้ง โดยประกอบด้วย 4 เสาหลักสำคัญ ดังนี้:

  1. ความคุ้มค่า (Value for Money): พัสดุหรือบริการที่จัดซื้อจัดจ้างต้องมีคุณภาพหรือคุณลักษณะที่ตอบสนองวัตถุประสงค์การใช้งานของหน่วยงานรัฐ โดยราคาต้องเหมาะสมและสมเหตุสมผล ไม่จำเป็นต้องเลือกของที่ราคาถูกที่สุดเสมอไป หากของนั้นไม่ได้คุณภาพหรือใช้งานได้ไม่ยาวนานพอ
  2. ความโปร่งใส (Transparency): กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุกขั้นตอนต้องกระทำโดยเปิดเผย มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) และเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อให้สาธารณชนสามารถสืบค้นและตรวจสอบได้ง่าย
  3. ประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness): ต้องมีการวางแผนการจัดซื้อจัดจ้างล่วงหน้า กำหนดเวลาการทำงานที่เหมาะสม รวดเร็ว สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริง และนำเอาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน
  4. ตรวจสอบได้ (Accountability): ต้องมีการจัดเก็บเอกสาร หลักฐานการบันทึกข้อมูลการตัดสินใจในแต่ละขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เช่น การบันทึก ใบเบิกพัสดุ หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการตรวจรับ เพื่อรองรับการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือผู้ตรวจราชการ

ตารางเปรียบเทียบ: วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง 3 รูปแบบหลัก

ภายใต้ระเบียบพัสดุ 2560 วิธีการจัดซื้อจัดจ้างได้ถูกจัดหมวดหมู่ใหม่เป็น 3 วิธีหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องเลือกใช้ตามเงื่อนไข วงเงิน และสถานการณ์ที่กฎหมายกำหนด ดังรายละเอียดในตารางเปรียบเทียบนี้:

วิธีการจัดซื้อจัดจ้างเงื่อนไขวงเงินงบประมาณคำอธิบายและลักษณะการนำไปใช้งานความเร่งด่วน / ข้อยกเว้น
1. วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปเกิน 500,000 บาทขึ้นไป และไม่มีเงื่อนไขข้อยกเว้นเป็นวิธีหลักที่ต้องเลือกใช้ก่อนเสมอ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติส่งข้อเสนอแข่งขันราคาผ่านระบบ e-GP เช่น e-bidding, e-marketไม่จำกัดความเร่งด่วน แต่ต้องประกาศร่าง TOR และเอกสารเผยแพร่ล่วงหน้าตามเวลาที่ระบุ
2. วิธีคัดเลือกเกิน 500,000 บาทขึ้นไป และตรงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดใช้ในกรณีที่ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้วไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอ หรือพัสดุนั้นมีลักษณะซับซ้อน มีผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายจำกัด (ตั้งแต่ 3 รายขึ้นไป) หรือมีความจำเป็นเร่งด่วนเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขอย่างน้อย 3 รายให้เข้ามายื่นข้อเสนอ
3. วิธีเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 500,000 บาท หรือเป็นกรณีพิเศษตามที่ระบุในกฎหมายใช้กับโครงการวงเงินเล็ก หรือกรณีจัดซื้อจากผู้ประกอบการรายเดียวที่มีลิขสิทธิ์เฉพาะ หรือมีความจำเป็นฉุกเฉินอย่างยิ่ง เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติเจรจาตกลงราคากับผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่งโดยตรง โดยไม่ต้องประกาศเชิญชวนทั่วไป

ขั้นตอนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ 2560

การทำงานจัดซื้อจัดจ้างของเจ้าหน้าที่พัสดุมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐานที่ชัดเจนตามที่ระเบียบกระทรวงการคลังระบุไว้ ซึ่งสามารถสรุปได้เป็น 5 ลำดับขั้นดังนี้:

1. ขั้นเตรียมการและวางแผน

หน่วยงานของรัฐต้องจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี และประกาศเผยแพร่ในระบบ e-GP จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้องจัดตั้งคณะกรรมการกำหนดราคากลางและร่างขอบเขตของงาน (TOR) หรือคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะจัดหา

2. ขั้นขอความเห็นชอบและอนุมัติจัดหา

เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานขอซื้อขอจ้าง (รายงานขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง) เสนอต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐเพื่อขอความเห็นชอบ โดยในรายงานจะระบุเหตุผล ความจำเป็น ราคากลาง วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง และรายชื่อคณะกรรมการที่จะแต่งตั้ง

3. ขั้นดำเนินการหาผู้เสนอราคา

ดำเนินการตามวิธีที่เลือก (ประกาศเชิญชวนทั่วไป, คัดเลือก หรือเฉพาะเจาะจง) ผ่านระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง รับเอกสารข้อเสนอ ตรวจสอบคุณสมบัติ ประเมินข้อเสนอ และคัดเลือกผู้ชนะการเสนอราคาที่มีความคุ้มค่าและถูกต้องตามเงื่อนไขที่สุด

4. ขั้นลงนามในสัญญา

ทำหนังสือแจ้งผลการจัดซื้อจัดจ้างไปยังผู้ชนะ และประกาศเผยแพร่ผ่านระบบ e-GP รอระยะเวลาอุทธรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด (สำหรับวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์) ก่อนที่จะเรียกผู้ชนะมาลงนามในสัญญาซื้อขายหรือสัญญาจ้าง

5. ขั้นบริหารพัสดุและตรวจรับ

หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว จะเป็นขั้นตอนที่ผู้ขายนำส่งพัสดุหรือผู้รับจ้างดำเนินงานตามงวดงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุทำการตรวจรับเพื่อลงนามเบิกจ่ายเงิน จากนั้นนำข้อมูลพัสดุไปบันทึกในระบบ ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ หรือคลังพัสดุต่อไป


การบริหารพัสดุและการตรวจรับภายใต้ระเบียบใหม่

หัวใจสำคัญหลังจากได้พัสดุมาแล้วตามระเบียบพัสดุ 2560 คือ “การบริหารพัสดุ” ซึ่งกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องมีขั้นตอนควบคุมดูแลพัสดุให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และประเมินราคาอยู่เสมอ ได้แก่:


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระเบียบพัสดุ 2560

1. ระเบียบพัสดุ 2560 ต่างจาก พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ 2560 อย่างไร? พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 คือ “กฎหมายแม่บท” ที่ผ่านสภาและมีศักดิ์ศรีเป็นพระราชบัญญัติ โดยกำหนดโครงสร้างหลักการ โครงสร้างคณะกรรมการ และบทลงโทษทางอาญา ส่วน “ระเบียบพัสดุ 2560” คือกฎหมายลำดับรองที่กระทรวงการคลังออกตามความใน พ.ร.บ. เพื่ออธิบายขั้นตอน วิธีการปฏิบัติอย่างละเอียดที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เดินเรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น จำนวนวันในการประกาศร่าง วิธีการแต่งตั้งกรรมการ และเอกสารประกอบรายงาน

2. หากตรวจรับพัสดุไม่ทันตามกำหนดในสัญญา หรือผู้ขายส่งของล่าช้า เจ้าหน้าที่พัสดุต้องทำอย่างไร? ตามระเบียบ เจ้าหน้าที่ต้องคำนวณค่าปรับตามอัตราที่ระบุไว้ในสัญญา (โดยทั่วไปคือร้อยละ 0.10 - 0.20 ต่อวันของมูลค่าสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ) และต้องส่งหนังสือแจ้งการปรับให้ผู้ขายทราบเมื่อครบกำหนดส่งมอบทันที หากมีความจำเป็นต้องการแก้ไขสัญญาหรือขยายเวลา ต้องเสนอความเห็นต่อหัวหน้าหน่วยงานรัฐเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนสัญญาสิ้นสุดลง

3. การนำระบบพัสดุดิจิทัลมาใช้ช่วยให้สอดคล้องกับระเบียบพัสดุ 2560 ได้อย่างไร? ระเบียบพัสดุ 2560 มีขั้นตอนที่ซับซ้อนและเน้นการตรวจสอบได้ย้อนหลัง หากใช้ระบบงานแบบกระดาษหรือ Excel มักเสี่ยงต่อการบันทึกเลขครุภัณฑ์ซ้ำซ้อน การลืมตรวจนับครุภัณฑ์ประจำปี หรือทำทะเบียนคุมตกหล่น การใช้ระบบบริหารพัสดุดิจิทัลจะช่วยควบคุม Workflows บังคับให้การทำงานเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ สร้างบาร์โค้ดหรือ QR Code สำหรับติดครุภัณฑ์ และบันทึกประวัติการเบิกจ่าย การจำหน่ายพัสดุไว้อย่างเป็นระบบ สามารถพิมพ์รายงานเสนอ สตง. ได้ทันทีเมื่อต้องการ


ยกระดับการบริหารงานพัสดุให้ถูกต้องตามระเบียบพัสดุ 2560 ด้วย Flowrix หมดกังวลเรื่องข้อผิดพลาดทางกฎหมายและการบริหารสินทรัพย์รัฐที่ซับซ้อน Flowrix คือแพลตฟอร์มบริหารงานพัสดุและครุภัณฑ์ดิจิทัลยุคใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อสอดรับกับข้อกำหนดในระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะ ด้วยระบบควบคุมทะเบียนคุมครุภัณฑ์อัจฉริยะ การจัดเก็บประวัติใบเบิกพัสดุและบัตรควบคุมวัสดุ ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคาอัตโนมัติ และฟังก์ชันการตรวจนับครุภัณฑ์ผ่านสมาร์ทโฟนด้วย QR Code ช่วยให้งานพัสดุขององค์กรสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการ สนใจยกระดับการทำงานด้านพัสดุของคุณด้วย Flowrix คลิกที่นี่เลย →


แหล่งอ้างอิง

กลับไปหน้าบทความทั้งหมด