ใบเบิกพัสดุ คืออะไร? ขั้นตอนการเบิกจ่ายและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามระเบียบพัสดุ 2560
ในการปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการหรือองค์กรต่าง ๆ การจัดหาและแจกจ่ายวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน (เช่น กระดาษ ปากกา หมึกพิมพ์ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาด) เป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่เกิดขึ้นทุกวันเพื่อขับเคลื่อนให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น เอกสารที่เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมการเคลื่อนย้ายพัสดุจากคลังสินค้าหรือห้องพัสดุกลางไปยังผู้ใช้งานจริงก็คือ “ใบเบิกพัสดุ”
สำหรับเจ้าหน้าที่พัสดุมือใหม่หรือบุคลากรในหน่วยงานทั่วไป บางครั้งอาจเกิดความสับสนเกี่ยวกับความสำคัญของเอกสารนี้ หรือสงสัยว่าเหตุใดการขอเบิกปากกาเพียงไม่กี่ด้ามจึงต้องมีขั้นตอนการเขียนใบเบิกพัสดุและต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกความหมายของใบเบิกพัสดุ ความสำคัญในการควบคุมวัสดุคงคลัง ขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และความแตกต่างระหว่างการเบิกพัสดุประเภทต่าง ๆ
สารบัญ
- ใบเบิกพัสดุ คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
- ประเภทของพัสดุที่ใช้กระบวนการใบเบิกพัสดุ
- ตารางเปรียบเทียบ: ใบเบิกวัสดุสิ้นเปลือง vs ใบเบิกครุภัณฑ์
- ขั้นตอนการเบิกจ่ายพัสดุตามระเบียบพัสดุ 2560
- ข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องระบุในใบเบิกพัสดุ
- คำถามที่พบบ่อย
ใบเบิกพัสดุ คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร
ใบเบิกพัสดุ (Material Requisition Form หรือ Store Voucher) คือ เอกสารสำคัญที่ใช้สำหรับยื่นคำขอรับพัสดุหรือวัสดุอุปกรณ์จากคลังพัสดุของหน่วยงาน เพื่อนำไปใช้งานตามหน้าที่รับผิดชอบอย่างเป็นทางการ เอกสารนี้ถือเป็นหลักฐานทางกฎหมายและการบัญชีที่ยืนยันว่า ได้มีการย้ายพัสดุออกจากคลังพัสดุของหน่วยงาน และมอบหมายให้บุคลากรหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์
ความสำคัญของใบเบิกพัสดุในงานควบคุมคลังและการตรวจสอบภาครัฐ ประกอบด้วย:
- เป็นหลักฐานการจ่ายพัสดุ: ใช้ยันยอดระหว่างทรัพย์สินที่เก็บอยู่ในคลังพัสดุจริงกับยอดใน บัตรควบคุมวัสดุ (Stock Card) หรือทะเบียนคุมพัสดุ ว่าพัสดุที่หายไปจากคลังนั้นถูกจ่ายออกไปให้ใครและใช้ทำอะไร
- การป้องกันการทุจริตและการใช้ทรัพย์สินราชการผิดวัตถุประสงค์: เนื่องจากระบบเบิกพัสดุส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องมีหัวหน้าหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบเป็นผู้อนุมัติการเบิกจ่าย จึงมั่นใจได้ว่าวัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นถูกนำไปใช้ในงานราชการจริง ๆ
- ช่วยการวางแผนงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้าง: ข้อมูลจากใบเบิกพัสดุจะช่วยให้เจ้าหน้าที่พัสดุทราบอัตราการใช้งานเฉลี่ยของวัสดุแต่ละประเภท (Consumption Rate) ซึ่งช่วยในการทำ แผนจัดซื้อจัดจ้างประจำปี เพื่อให้มีจำนวนพัสดุสำรองที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไปจนกลายเป็นสต็อกล้นคลังหรือน้อยเกินไปจนขาดแคลน
- การตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอก: เมื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจประเมินประจำปี เอกสารใบเบิกพัสดุที่ได้รับการลงนามครบถ้วนจะเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้แจงความเคลื่อนไหวทางบัญชีทั้งหมดของหน่วยงาน
ประเภทของพัสดุที่ใช้กระบวนการใบเบิกพัสดุ
การทำความเข้าใจประเภทพัสดุมีผลโดยตรงต่อเอกสารและขั้นตอนการควบคุม เนื่องจากทรัพย์สินราชการและเอกชนมีการแบ่งหมวดหมู่อย่างชัดเจนตามมูลค่าและอายุการใช้งาน:
- วัสดุสิ้นเปลือง (Office Supplies & Consumables): พัสดุประเภทนี้เมื่อใช้งานแล้วจะหมดไป แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิม เช่น กระดาษถ่ายเอกสาร ปากกา กาว น้ำยาล้างจาน หลอดไฟ หมึกเครื่องพิมพ์ พัสดุเหล่านี้จะเบิกออกไปโดยไม่มีการส่งคืนกลับคลังพัสดุ และจะนำมาตัดจ่ายออกจาก Stock Card ทันที
- วัสดุคงทนถาวร (Durable Materials): วัสดุที่มีลักษณะทางกายภาพคงทน แต่อาจมีอายุการใช้งานไม่ยาวนานมาก หรือราคาไม่สูงพอที่จะขึ้นทะเบียนเป็นครุภัณฑ์ เช่น เครื่องคำนวณเลขขนาดเล็ก แฟลชไดรฟ์ หรือเครื่องมือช่างพื้นฐาน แม้จะใช้ระบบใบเบิกพัสดุเช่นเดียวกัน แต่ในบางหน่วยงานอาจมีทะเบียนย่อยเพื่อติดตามตำแหน่งของวัสดุเหล่านี้
- ครุภัณฑ์ (Asset): เป็นพัสดุที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานเกินกว่า 1 ปี และมีราคาค่อนข้างสูง (ตามระเบียบจัดประเภทของกรมบัญชีกลาง) เช่น คอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน เครื่องปรับอากาศ รถยนต์ การเบิกจ่ายครุภัณฑ์จะไม่ได้ใช้ใบเบิกพัสดุทั่วไป แต่ต้องดำเนินการทำเอกสารส่งมอบและขึ้นทะเบียนบันทึกประวัติไว้ใน ทะเบียนคุมครุภัณฑ์ และต้องมีการทำ การโอนย้ายครุภัณฑ์ เมื่อมีการย้ายตำแหน่งใช้งาน
ตารางเปรียบเทียบ: ใบเบิกวัสดุสิ้นเปลือง vs ใบเบิกครุภัณฑ์
เพื่อให้เห็นความแตกต่างของการปฏิบัติงานด้านใบเบิกพัสดุและการลงทะเบียนคุมสำหรับพัสดุทั้ง 2 ชนิด ตารางด้านล่างแสดงการเปรียบเทียบเชิงขั้นตอนอย่างชัดเจน:
| หัวข้อเปรียบเทียบ | การเบิกจ่ายวัสดุสิ้นเปลือง | การส่งมอบและรับครุภัณฑ์ |
|---|---|---|
| ประเภทเอกสารหลัก | ใบเบิกพัสดุ (หรือใบเบิกวัสดุ) | ใบส่งมอบพัสดุ/ใบขึ้นทะเบียนคุมครุภัณฑ์ |
| การควบคุมหลังเบิก | ตัดยอดทันทีจากบัตรควบคุมวัสดุ (Stock Card) | ลงประวัติในทะเบียนคุมครุภัณฑ์และคุมหมายเลขสินทรัพย์ |
| ลายมือชื่อที่จำเป็น | ผู้ขอเบิก, หัวหน้าผู้อนุมัติ, เจ้าหน้าที่พัสดุผู้จ่าย | ผู้ส่งมอบ, ผู้รับมอบ, หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ |
| การตรวจสอบปลายปี | ตรวจดูว่ายอดคงเหลือในคลังตรงกับ Stock Card หรือไม่ | ตรวจนับตัวตนครุภัณฑ์ทีละชิ้นตามหมายเลขที่ติดอยู่ |
| กรณีเสื่อมสภาพ/ชำรุด | ทิ้งหรือจำหน่ายโดยไม่มีขั้นตอนซับซ้อน | ต้องทำเรื่อง จำหน่ายครุภัณฑ์ชำรุด ตามระเบียบพัสดุ |
| การคืนทรัพย์สิน | ไม่ต้องคืน (ใช้แล้วหมดไป) | ต้องส่งคืนหรือทำเรื่องโอนย้ายเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน |
ขั้นตอนการเบิกจ่ายพัสดุตามระเบียบพัสดุ 2560
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ขั้นตอนการเบิกจ่ายวัสดุและพัสดุในหน่วยงานมีกระบวนการมาตรฐาน 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:
1. การยื่นความประสงค์ขอเบิก (Requisition)
ผู้ขอเบิก (ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมาย) จะต้องเขียนรายละเอียดลงใน ใบเบิกพัสดุ โดยระบุประเภทพัสดุ จำนวนที่ต้องการ และวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้งานให้ชัดเจน พร้อมทั้งลงลายมือชื่อผู้เบิก
2. การตรวจสอบและอนุมัติ (Approval)
ใบเบิกพัสดุจะต้องถูกส่งไปยังผู้บังคับบัญชาชั้นต้น หรือหัวหน้ากลุ่มงาน/ฝ่าย เพื่อตรวจสอบความจำเป็นและความสมเหตุสมผลในการเบิกใช้งาน เมื่อหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะลงนามอนุมัติใบเบิก จากนั้นจึงส่งต่อให้ฝ่ายพัสดุเพื่อดำเนินการ
3. การตรวจสอบความพร้อมของพัสดุในคลัง (Stock Check)
เจ้าหน้าที่พัสดุผู้รับผิดชอบคลังสินค้าจะนำใบเบิกที่ได้รับอนุมัติมาตรวจสอบกับบัญชีหรือระบบโปรแกรมบริหารคลังพัสดุว่า พัสดุชนิดนั้นมีของพร้อมจ่ายหรือไม่ และมียอดคงเหลือเพียงพอต่อความต้องการของหน่วยงานหรือไม่มีประเด็นติดขัดใด ๆ
4. การตัดจ่ายบัญชีวัสดุ (Inventory Deduction)
ก่อนจะนำพัสดุออกจากคลังพัสดุ เจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องลงบันทึกใน บัตรควบคุมวัสดุ (Stock Card) เพื่อตัดยอดจำนวนวัสดุที่ถูกจ่ายออกไป โดยอ้างอิงเลขที่ใบเบิกพัสดุ วันที่จ่าย และยอดคงเหลือปัจจุบัน เพื่อให้ยอดบัญชีสอดคล้องกับทรัพย์สินบนชั้นวางของจริงเสมอ
5. การส่งมอบและการลงนามรับพัสดุ (Delivery and Sign-off)
เจ้าหน้าที่พัสดุจัดเตรียมพัสดุตามรายการที่ได้รับอนุมัติ และนัดหมายผู้เบิกเพื่อตรวจรับและรับมอบพัสดุ ณ จุดจ่ายพัสดุ โดยผู้เบิกและผู้จ่ายพัสดุจะต้องร่วมกันลงลายมือชื่อในช่องผู้รับของและผู้จ่ายของในใบเบิกพัสดุเพื่อเป็นการสิ้นสุดกระบวนการเบิกจ่ายพัสดุอย่างสมบูรณ์
ข้อมูลสำคัญที่จำเป็นต้องระบุในใบเบิกพัสดุ
การออกแบบหรือเขียนใบเบิกพัสดุที่ดีและสอดคล้องกับการตรวจสอบของหน่วยงานภายในและภายนอก ควรมีรายละเอียดข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้ครบถ้วน:
- เลขที่ใบเบิก: เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บไฟล์ อ้างอิง และสืบค้นย้อนหลัง
- วัน เดือน ปี ที่ขอเบิก: บันทึกเวลาเพื่อนำมาจัดลำดับการตัดสต็อกพัสดุ (เช่น ระบบเข้าก่อนออกก่อน หรือ FIFO)
- หน่วยงาน/แผนกที่ขอเบิก: ระบุฝ่ายหรือส่วนงานเพื่อให้เห็นค่าใช้จ่ายในการใช้วัสดุของแต่ละแผนก
- ชื่อและตำแหน่งของผู้ขอเบิก: เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบตัวบุคคลผู้รับผิดชอบพัสดุได้
- ตารางรายการพัสดุ: ประกอบด้วย ลำดับที่, รายการพัสดุ, หน่วยนับ, จำนวนที่ขอเบิก, จำนวนที่อนุมัติให้เบิก, และหมายเหตุ (ถ้ามี)
- ช่องลงลายมือชื่อที่จำเป็น:
- ลายมือชื่อผู้ขอเบิก
- ลายมือชื่อผู้มีอำนาจอนุมัติ (หัวหน้าฝ่าย/กลุ่มงาน)
- ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้จ่ายพัสดุ
- ลายมือชื่อผู้รับพัสดุ (เมื่อได้รับมอบพัสดุแล้ว)
หากรายละเอียดเหล่านี้ตกหล่นไป โดยเฉพาะลายมือชื่อของผู้อนุมัติหรือผู้รับของ อาจส่งผลให้ใบเบิกพัสดุใบนั้นกลายเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์และเป็นข้อทักท้วงเมื่อมีการตรวจสอบบัญชีคลังพัสดุปลายปี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบเบิกพัสดุ
1. หากวัสดุสิ้นเปลืองที่เบิกไปแล้วเหลือใช้งาน สามารถนำกลับมาคืนคลังพัสดุได้หรือไม่? สามารถทำได้ โดยทั่วไปเรียกว่า “การส่งคืนพัสดุที่เหลือจากการใช้งาน” เจ้าหน้าที่พัสดุจะต้องทำหน้าที่รับมอบและลงบันทึกรับคืนใน Stock Card เพื่อเพิ่มยอดจำนวนพัสดุกลับเข้ามาในคลัง และแจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ สามารถนำไปเบิกใช้ต่อเพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ชำรุดหรือเสื่อมสภาพโดยเปล่าประโยชน์นอกคลังพัสดุ
2. สามารถเขียนใบเบิกพัสดุย้อนหลังได้หรือไม่ ในกรณีที่ต้องนำพัสดุไปใช้เร่งด่วน? ตามระเบียบปฏิบัติควรหลีกเลี่ยงการเบิกจ่ายก่อนเขียนเอกสาร เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหา “ยอดของจริงในคลังไม่ตรงกับ Stock Card ชั่วคราว” อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นฉุกเฉินและเร่งด่วนมาก เช่น งานซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายจากภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่อาจนำของออกไปใช้งานก่อนภายใต้ความเห็นชอบด้วยวาจาของผู้อนุมัติ แต่ต้องรีบดำเนินการจัดทำใบเบิกพัสดุชดเชยเพื่อลงนามอนุมัติและตัดจ่ายสต็อกให้ถูกต้องภายในวันทำการถัดไป
3. การควบคุมใบเบิกพัสดุด้วยกระดาษกับระบบออนไลน์ต่างกันอย่างไร? การควบคุมด้วยกระดาษมักมีปัญหาเอกสารสูญหาย ลายมือชื่ออ่านไม่ออก ยอดพัสดุไม่ตรง และต้องนำประวัติมาคีย์ลง Excel หรือเขียนลงกระดาษ Stock Card ซ้ำซ้อน ขณะที่ระบบเบิกพัสดุออนไลน์จะตัดยอดสต็อกและเก็บรวบรวมประวัติการเบิกได้แบบอัตโนมัติ 100% ทำให้เห็นยอดคงเหลือที่แท้จริงแบบเรียลไทม์ และหัวหน้าฝ่ายสามารถกดอนุมัติการเบิกจ่ายได้ผ่านสมาร์ทโฟน สะดวกรวดเร็วและลดการใช้กระดาษในหน่วยงานลงได้มาก
เปลี่ยนการจัดการใบเบิกพัสดุจากกระดาษสู่ระบบดิจิทัล 100% ด้วย Flowrix หมดปัญหากระดาษใบเบิกหาย สต็อกไม่ตรง หรือต้องเสียเวลากรอกประวัติลง Stock Card ซ้ำซ้อน ระบบบริหารพัสดุดิจิทัล Flowrix ช่วยให้หน่วยงานของคุณส่งคำขอเบิกพัสดุออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ อนุมัติผ่านระบบได้ทันที พร้อมอัปเดตยอดคงคลัง (Stock Card) แบบเรียลไทม์ และแจ้งเตือนเมื่อวัสดุใกล้หมดคลังหรือต่ำกว่าจุดสั่งซื้อขั้นต่ำ ช่วยให้เจ้าหน้าที่พัสดุลดเวลาทำงานและเพิ่มความโปร่งใสในการตรวจสอบตามระเบียบพัสดุ 2560 อย่างมืออาชีพ เริ่มต้นยกระดับการบริหารพัสดุของคุณด้วย Flowrix วันนี้ →
แหล่งอ้างอิง
- พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กรมบัญชีกลาง
- ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 — กระทรวงการคลัง
- คู่มือการควบคุมและการบริหารพัสดุภาครัฐ — กองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
- แนวปฏิบัติและกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมภายในด้านงานคลังและพัสดุ — สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
